บทความ/ข่าวสาร - Page 3 of 4

Anti-Aging คือ?

12.08.2014
|
Comments off
|
article Anti-Aging

Anti-Aging

Anti-Aging ดูแลผิวให้คงความสวย

ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้หญิง ทุกคนย่อมไม่ปรารถนาริ้วรอย ความหย่อนคล้อยเหี่ยวย่น ไม่กระชับ ที่มาพร้อมกับวัยที่เพิ่มขึ้น แต่หากเรารู้วิธีการดูแลผิวอย่างเหมาะสม เราก็อาจจะยื้อเวลาดังกล่าวให้นานที่สุด

โดยปกติแล้ว ผิวของเราใช้เวลากระบวนการผลัดผิวเป็นเวลา 28 วัน ยิ่งอายุมากขึ้น กระบวนการนี้ก็จะช้าลง ผิวใหม่ที่จะขึ้นมาแทนผิวเก่าก็จะยิ่งช้าตามไป ผิวสูญเสียน้ำเร็วขึ้น เนื่องจากเอสโตรเจน (Estrogen) และระบบการทำงานของไทรอยด์ (Thyroid) ลดลง ต่อมเหงื่อปล่อยน้ำออกมาสู่ผิวช้าลง ประกอบกับร่างกายจะลดการผลิตคอลลาเจน (Collagen) ซึ่งเป็นตาข่ายโปรตีนยึดประสานกับอิลาสติน (Elastin) ทำให้ผิวเต่งตึงมีความยืดหยุ่น ถ้าคอลลาเจน (Collagen) น้อยลง ผิวก็จะมีริ้วรอยเหี่ยวย่นปรากฏขึ้นมาแทน นอกจากนั้นแล้ว ยังมีปัจจัยภายนอก อาทิ ความเครียด มลภาวะ การสูบบุหรี่ แสงแดด เรียกว่าเป็นอนุมูลอิสระ (Free Radical) ซึ่งเป็นศัตรูทำร้ายผิวที่สำคัญ

สำหรับวิธีป้องกัน คือ ควรหลีกเลี่ยงการถูกแดดจ้า ทาครีมกันแดด นอนหลับอย่างน้อยวันละ 6-8 ชั่วโมง ผิวจะฟื้นตัวได้เร็ว ดื่มน้ำให้มากเพียงพอ เพราะผิวที่ขาดน้ำจะเห็นรอยเหี่ยวย่นชัดเจนขึ้น

นอกจากนี้ ยังควรกินพืช ผัก ผลไม้ที่มีสารแอนตี้ออกซิแดนซ์ ซึ่งมักมาจากวิตามินซี วิตามินอี เซเลเนียม ที่อยู่ในผัก ผลไม้ โดยเฉพาะผลไม้ที่มีสีสด เช่น เหลืองสด แดงสด ม่วงเข้ม อาทิ แอปเปิ้ล พรุน สตรอเบอรี่ ส้ม เชอรี่ จะช่วยชะลอการเสื่อมสลายและสร้างคอลลาเจน (Collagen) อิลาสติน (Elastin) ให้ผิวหนังได้

การดูแลผิวหน้าอย่างถูกวิธี

12.08.2014
|
Comments off
|
การดูแลผิวหน้าอย่างถูกวิธี

การดูแลผิวหน้าอย่างถูกวิธี

การดูแลผิวพรรณมีความแตกต่างกันในแต่ละบุคคล เพราะผิวแบ่งได้เป็นหลายประเภท การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ หรือเครื่องสำอางบำรุงผิว จึงต้องเลือกซื้อให้เหมาะกับสภาพผิวของเรา ถ้าเราเลือกใช้เครื่องสำอางผิดประเภท ก็จะเกิดผลเสียตามมา แทนที่ผิวจะมีสุขภาพดี แข็งแรง กลับถูกทำลายไปเสียอีก
ผิวหน้าของคนเราแบ่งได้เป็น 4 ประเภท ได้แก่
1. ผิวแห้ง
2. ผิวมัน
3. ผิวผสม
4. ผิวธรรมดา

ขั้นตอนการทดสอบผิวหน้าว่ามีผิวประเภทใด
1. ทำความสะอาดผิวหน้าด้วยน้ำเปล่าโดยไม่ต้องใช้สบู่หรือโฟมล้างหน้าใดๆ หลังล้างหน้าทิ้งไว้ประมาณ 1 ช.ม. นำกระดาษซับหน้ามันมาวางบนใบหน้า
2. เช็คดูว่ากระดาษซับหน้าเป็นอย่างไร
a. ถ้าไม่ติดบนผิวหน้า แสดงว่า ผิวแห้ง
b. ถ้าผิดผิวหน้า มีน้ำมันบริเวณกระดาษทั่วใบหน้า แสดงว่า ผิวมัน
c. ถ้าติดผิวหน้า มีน้ำมันเฉพาะ T-Zone แสดงว่า ผิวผสม
d. ถ้าติดผิวหน้า มีน้ำมันเล็กน้อยทั่วหน้า แสดงว่า ผิวธรรมดา

ผิวแห้ง
ผู้มีผิวแห้ง บริเวณใบหน้าแห้งแตกเป็นขุย มีริ้วรอยบริเวณแก้มและหน้าผาก คนที่มีผิวแห้งมักเป็นผิวที่ขาดการดูแลหรือ เกิดจากวัยที่สูงขึ้น ลักษณะของผิวประเภทนี้ จะเกิดฝ้า กระได้ง่าย เพราะน้ำมันปกป้องผิวตามธรรมชาติลดลง ทำให้กระบวนการปกป้องผิวมีน้อย โอกาสจากปัจจัยเสี่ยงภายนอกเช่นแสงแดด มลภาวะ ซึ่งมากหายได้ง่าย แต่คนผิวแห้งก็มีข้อดีก็คือ ปัญหาสิวน้อย ใบหน้าเรียบเนียนเพราะรูขุมขนเล็ก เพราะฉนั้นลักษณะผิวประเภทนี้ ซึ่งต้องดูแลเอาใจใส่อย่างสูง เพื่อป้องกันปัญหาจากการเกิดริ้วรอย ใบหน้าไม่สดใส หมองคล้ำ ไม่เปล่งปลั่ง

การดูแลผิวหน้า
การดูแลผิวหน้าสำหรับคนผิวแห้ง ควรเลือกใช้เครื่องสำอางหรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าที่อ่อนดยนหรือมีแอลกอฮอล์ผสมอยู่ไม่เกิน 20{78a907caca71834208ae3b9ac8d103b7290be87d7360348f0f5c9bf11a8a6fc2} และสำหรับผู้หญิงที่แต่งหน้าโดยมีครีมรองพื้นผสมอยู่ แนะนำให้ใช้คลีนเซอร์ประเภทครีม หรือเบบี้ออยล์ทำความสะอาดเครื่องสำอาง เพราะการล้างหน้า

สารแอนตี้ออกซิแดนท์ หรือ สารต่อต้านอนุมูลอิสระ อัศวินขี่ม้าขาวของผิว
ถือเป็นสารที่ทำหน้าที่ปกป้องการเกิดอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอการทำลายเซลล์ผิว เพิ่มความเปล่งปลั่ง สดใส มีชีวิตชีวาของผิว
สารต่อต้านอนุมูลอิสระแบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มเกลือแร่ เช่น ซีเลเนียน (Selenium) กลุ่มเอนไซม์ เช่น ซุปเปอร์ออกไซต์ ดิสมิวเตส และกล่มวิตามิน เช่น เบต้าคาโรทีน วิตามินอี วิตามินซี

ดาวเด่นของสารต่อต้านอนุมูลอิสระ เช่น วิตามิน อี  มักใส่ในเครื่องสำอางบำรุงผิว เพื่อป้องกันผิวหน้าไม่ให้แก่ก่อนวัย และบำรุงรักษาริ้วรอยที่เกิดบนใบหน้า ช่วยทำให้อาการอับเสบของผิวทุเลาลง พร้อมทั้งสมานแผลให้แน่นขึ้น นอกจากนั้นวิตามินอียังเป็นตัวดักจับอนุมูลอิสระตรงเยื่อหุ้มเซลล์ เมื่อเซลล์ผิวหนังปลอดภัย ทำให้ผิวหน้าไม่เสื่อมคุณภาพในที่สุด กล่าวโดยรวมวิตามินอีจึงมีคุณสมบัติป้องกันผิวหนังให้ดูอ่อนวัยอยู่เสมอและมีอายุยืนยาวตามที่ควรจะเป็น

อาหารเสริมผิวขาวใสกลูต้าไธโอน

12.08.2014
|
Comments off
|
อาหารเสริมผิวขาวกลูต้าไธโอน

อาหารเสริมผิวขาวใสกลูต้าไธโอน

 

เกี่ยวกับอาหารเสริมผิวขาวใสกลูตาไธโอนที่เรารับผลิตจะอยู่ในรูปของแคปซูล รับประทานง่ายพร้อมข้อแนะนำในการใช้สำหรับผิวขาวใส  อาหารเสริมผิวขาวใสกลูต้าไธโอนมีทั้งประโยชน์และอาจมีโทษได้ในบางกรณี ถ้าใช้ไม่เป็น ดังนั้นในการรับประทานอาหารเสริมผิวขาวใสจึงไม่ควรที่จะเร่งรับประทานเร็วๆหรือในปริมาณที่มากเกินไป เพื่อให้ผิวขาวใสเร็วๆ ซึ่งจะก่อให้เกิดอันตรายผลข้างเคียงได้ง่ายๆ

การรับประทานอาหารเสริมกลูต้าไธโอนที่ถูกต้อง

ควรรับประทานตามข้อแนะนำ ค่อยเป็นค่อยไป อย่าไปเร่งเวลา หรือรับประทานในปริมาณที่มากๆตามคำโฆษณา เพราะจะก่อให้เกิดผลเสียติดตามมาในภายหลังได้ ถึงแม้จะมีประโยชน์จริง แต่ถ้าใช้ไม่ถูกตามข้อแนะนำก็อาจส่งผลให้เกิดโทษขึ้นกับร่างกายได้ตลอดเวลา ร่างกายจะค่อยๆสร้างเม็ดสีเมลามินขึ้นตามระยะเวลาการรับประทานกลูต้าไธโอน แต่ถ้ารับประมาณมากเกินขนาดอาจส่งผลเสียต่อการสร้างเม็ดสีของร่างกายได้

ข้อมูลอาหารเสริมผิวขาวใส
Glutathione (250 mg)
แอล-กลูตาไธโอน (L-Glutathione) เข้มข้นรวมคุณค่าของสารสกัดชั้นเลิศที่ผ่านกรรมวิธีสะอาดและได้มาตรฐาน แอล-กลูตาไธโอน (L-Glutathione) เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีคุณสมบัติสร้างความขาวให้ผิว โดยช่วยยับยั้งและลดการสร้างเม็ดสีเมลานินที่มากเกินความจำเป็นซึ่งเป็นต้นเหตุของความหมองคล้ำ ฝ้า กระ พร้อมอณูของอะมิโนโปรตีน คุณค่าบำรุงผิวให้เนียนใส ปกป้องและฟื้นฟูผิวที่ถูกทำร้ายจากแสงแดด และช่วยให้ผิวพรรณขาวสม่ำเสมอทั่วเรือนร่างอย่างเป็นธรรมชาติ และด้วยคุณสมบัติพิเศษของแอล-กลูตาไธโอน จึงสามารถล้างพิษและขจัดของเสียที่สะสมในร่างกายให้เกิดความเป็นกลาง ดังนั้นจึงช่วยปรับสมดุลผิวพรรณให้เปล่งประกายสดใสมากขึ้น
ขนาดรับประทาน: รับประทาน วันละ 2-3 แคปซูล ก่อนอาหาร

คุณสมบัติของ L-Glutathione
 
• เป็น Antioxidant ตัวหนึ่งที่ร่างกายสังเคราะห์ได้เองเรียกว่า Universal Antioxidant
• ทำงานได้ดีร่วมกับ วิตามินซี และ Antioxidant ตัวอื่น ในด้านการทำให้การผลิตเม็ดสีน้อยลง
• กลไกการทำงานการได้รับ L-Glutathione จะเข้าไปยับยั้งการทำงานของ Tyrosinase ทำให้ Tyrosinase ไม่สามารถเปลี่ยนไปเป็น Eumelanin ซึ่งมีสีคล้ำ ผิวจะค่อยๆจางลง  เมื่อเกิดการผลัดผิวโดย Tyrosinase จะถูกขบวนการสังเคราะห์ Phaeomelanin แทน  ซึ่งเป็นเม็ดสีที่ไม่มีสีแทน

ประโยชน์ของ L-Glutathione 

• เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ที่มีประสิทธิภาพสูง ป้องกันการเกิดริ้วรอยก่อนวัย
• ช่วยยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ไทโรซิเนส ทำให้การเกิดฝ้าและจุดด่างดำลดลง ผิวขาวใสสว่างขึ้น
• ช่วยเสริมสร้างประสิทธิภาพในการทำงานของตับ ทำให้การกำจัดของเสียหรือสารพิษต่างๆ เป็นไปอย่างรวดเร็ว
 ลดน้ำหนัก
L-Carnitine Fumarate (250 mg)
แอล-คาร์นิทีน เป็นโปรตีนที่ถูกสร้างขึ้นในร่างกาย โดยสร้างขึ้นมาจากกรดอะมิโน 2 ตัว คือ ไลซีน (lysine) และเมไทโอนีน (methionine) โดยแอล-คาร์นิทีนถูกสร้างขึ้นภายในตับและไต และนำไปเก็บไว้ในกล้ามเนื้อลาย (skeletal muscle) เช่นกล้ามเนื้อตามแขน ขา นอกจากนี้ยังถูกลำเลียงไปเก็บไว้ในหัวใจ สมอง แอล-คาร์นิทีนมีกลไกกระตุ้นให้โนโทคอนเดรียเปลี่ยนไขมันมาเป็นพลังงาน ส่งผลในการลดน้ำหนักและลดไขมันสะสม ทำให้เราแก่ช้าลงและแอล-คาร์นิทีนในร่างกายของเราก็ถูกใช้ไปในหน้าที่ต่างๆ หลายอย่าง เช่น เข้าไปช่วยเพิ่มกระบวนการใช้ไขมัน โดยการขนส่งกรดไขมันไปเป็นพลังงาน ซึ่งพลังงานที่ได้มานี้ส่วนใหญ่ก็จะถูกใช้สำหรับการทำงานของกล้ามเนื้อทั่วร่างกาย จากหน้าที่การทำงานพื้นฐานของแอล-คาร์นิทีน จึงช่วยให้เซลล์ในร่างการของเราทุกๆ เซลล์ ไม่ว่าจะเป็นเซลล์สมอง เซลล์จากระบบภูมิคุ้มกัน เซลล์จากหัวใจ หรือเซลล์จากที่อื่นๆ ในร่างกายทั้งหมดทำงานได้ดีและต่อเนื่อง นอกจากนี้ แอล-คาร์นิทีนยังเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับเซลล์ ทำให้เซลล์มีอายยืนนานขึ้น ดังนั้นเราจึงพัฒนาสูตร L-Carnitine Fumarate ที่มีความพิเศษกว่า แอล-คาร์นิทีนในท้องตลาดทั่วๆ ไป เพราะสามารถดูดซึมนำไปใช้งานได้ทันที จึงมีประสิทธิภาพการทำงานสูงสุดและยังพบว่า แอล-คาร์นิทีน ช่วยให้ความสามารถในการออกกำลังกายเพิ่มขึ้น มีความทนทานมากขึ้น และป้องกันเนื้อเยื่อไม่ให้เกิดความเสียหายอันเนื่องมาจากปริมาณออกซิเจนในเซลล์ไม่เพียงพอ การรับประทานแอล-คาร์นิทีนเป็นประจำจะส่งผลให้กระบวนการทำงานของร่างกายเป็นปกติ
ขนาดรับประทาน: รับประทาน วันละ

สารอาหารที่ร่างกายต้องการ

12.08.2014
|
Comments off
|
สารอาหารที่ร่างกายต้องการ

สารอาหารที่ร่างกายต้องการ

 

ร่างกายของเราที่ดำรงคงอยู่ได้ในแต่ละวัน ต้องมีอาหารและสารอาหารเข้าไปสันดาปบำรุงหล่อเลี้ยงอย่างสม่ำเสมอ ขาดสารอาหารอย่างใดอย่างหนึ่ง อาจส่งผลกระทบต่อความสมดุลและการทำงานของร่างกายได้

ปริมาณสารอาหารที่ร่างกายควรได้รับ
การรายงานล่าสุดจากรัฐบาลอเมริกันพบว่าชาวอเมริกันได้รับแคลเซียม ไฟเบอร์ แมกนีเซียม โพแทสเซียม วิตามินเอ ซี และอี ในปริมาณที่ไม่เพียงพอ ต่อไปนี้คือสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายและปริมาณที่ควรจะได้รับ


แคลเซียม
ปริมาณที่แนะนำ: 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน
ประโยชน์: ช่วยเสริมสร้างกระดูก
แหล่งอาหาร: ผลิตภัณฑ์จากนม ปลาโดยรับประทานทั้งก้าง ผักใบเขียว หรือผักสีเข้ม


ไฟเบอร์
ปริมาณที่แนะนำ: 25 กรัมต่อวัน
ประโยชน์: ช่วยป้องกันการอุดตันของระบบไหลเวียนโลหิต ลดความเสี่ยงในป่วยเป็นโรคเบาหวาน
แหล่งอาหาร: ผลไม้ ผัก พืชตระกูลถั่ว เมล็ดธัญพืชต่าง ๆ


แมกนีเซียม
ปริมาณที่แนะนำ: 310 – 320 มิลลิกรัมต่อวัน
ประโยชน์: ช่วยให้กล้ามเนื้อและระบบประสาททำงานเป็นปกติ ช่วยพัฒนาและซ่อมแซมกระดูก
แหล่งอาหาร: ถั่ว เมล็ดธัญพืชต่าง ๆ รำข้าว ปลา


โพแทสเซียม
ปริมาณที่แนะนำ: 4,700 มิลลิกรัมต่อวัน
ประโยชน์: ช่วยให้ระบบไหลเวียนโลหิตทำงานเป็นปกติ ลดผลกระทบจากการรับประทานเกลือมากเกินไป ลดความเสี่ยงในการเกิดนิ่วในไต ช่วยป้องกันกระดูกพรุน
แหล่งอาหาร: มันฝรั่ง มะเขือเทศ ถั่วขาว โยเกิร์ต ถั่วเหลือง


วิตามินเอ
ปริมาณที่แนะนำ: 2,310 ส่วนต่อวัน
ประโยชน์: ช่วยในการมองเห็น สร้างเม็ดเลือดแดง ช่วยในการพัฒนาตัวอ่อนในครรภ์ ช่วยระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย
แหล่งอาหาร: เนื้อสัตว์ ส้ม ผักใบเขียว


วิตามินซี
ปริมาณที่แนะ: 75 มิลลิกรัมต่อวัน
ประโยชน์: ช่วยการต้านอนุมูลอิสระ ช่วยระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย
แหล่งอาหาร: ผัก ผลไม้ และผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว พริกไทยแดง พริกไทยเขียว กีวี ฝรั่ง


วิตามินอี