การเริ่มต้น ธุรกิจของ ผู้ประกอบการ หน้าใหม่

การเริ่มต้นธุรกิจของผู้ประกอบการหน้าใหม่

ไม่ได้มีข้อบ่งชี้ว่า คุณต้องเรียนจบบริหารธุรกิจ หรือมีปริญญาหลายใบเท่านั้นจึงจะเป็นผู้ประกอบการที่ดีและประสบความสำเร็จได้ นั่นหมายถึง ถ้าคุณต้องการเริ่มต้นทำธุรกิจ ก็ต้องเริ่มจากการนับหนึ่งใหม่เช่นกัน แต่จะประสบความสำเร็จหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับอีกหลายปัจจัย ยิ่งถ้ามีแผนที่ดี ก็ไม่ถึงกับเริ่มต้นจากศูนย์

 

วันนี้เราได้นำคำแนะนำดี ๆ ที่เป็นทุกสิ่งที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับการทำธุรกิจในแต่ละขั้นตอน สิ่งนี้อาจช่วยให้คุณกลายเป็นผู้ประกอบการหน้าใหม่ที่ประสบความสำเร็จก็ได้

1.วิเคราะห์ตัวเองก่อน

เริ่มต้นที่ ทำไมคุณต้องการเริ่มธุรกิจก่อน หากคุณต้องการเพียงเงินเดือน งานประจำคงเป็นสิ่งที่แน่นอนกว่า แต่ถ้าคุณอยากเป็นผู้ประกอบการ ก็ต้องเริ่มถามตัวเองอีกครั้ง คือ ว่าอยากทำอะไร ทำไม ตอบคำถามเหล่านี้และลองเขียนออกมาเป็นข้อ ๆ

– คุณมีความสามารถอะไร

– ความเชี่ยวชาญของคุณอยู่ที่ไหน

– ความชอบของคุณคืออะไร

– คุณมีเงินทุนเท่าไหร่และต้องการลงทุนเท่าไหร่

– คุณพร้อมที่จะเป็นผู้ประกอบการและรับความเสี่ยงได้หรือไม่

-ลองซื่อสัตย์กับตัวเองและตอบคำเหล่านี้อย่างตรงไปตรงมาก่อน เพื่อที่คุณจะได้ประเมินตัวเองอย่างถูกต้อง

2.มีไอเดียธุรกิจ

แน่นอนว่าใครๆ ที่จะเริ่มต้นทำธุรกิจก็ต้องมีไอเดีย แต่…ความคิดของคุณน่าสนใจหรือไม่นั่น คุณเองอาจตอบตัวเองไม่ได้  ไอเดียที่ดีคือ ต้องแตกต่าง น่าสนใจ และตอบสนองความต้องการเฉพาะด้านได้อย่างตรงจุด หมดยุคที่ต้องมาแข่งขันกันแบบเดิมๆ เพราะถ้าคุณเลือกแบบนั้น คุณจะไม่ใช่ผู้ประกอบการ แต่เป็นได้แค่เจ้าของธุรกิจ

 

การหาไอเดียใหม่ ๆที่เป็นไปได้มากที่สุดคือ หาจากความชอบ ตอบโจทย์จากข้อหนึ่งว่า ตัวคุณชอบอะไร สานต่อสิ่งที่ตอบ และต้องตอบสนองความต้องการเฉพาะกลุ่ม จำไว้ว่าเริ่มใหม่ เราต้องไม่แมส เพราะถ้าแมส ทุนไม่หนา ก็จบไวกว่าใจคิด  

3. ปรึกษาผู้รู้

ร้อยพันข้อมูลในหนังสือหรืออินเทอร์เน็ต รึจะสู้ ‘กูรู’ ที่สะสมประสบการณ์และความเชี่ยวชาญมายาวนาน ดังนั้นจงให้ค่าประสบการณ์ให้มากในการทำธุรกิจ สิ่งที่ทำได้ในขั้นนี้คือ เฟ้นหาไอดอลสักคน คนที่เราคิดว่ามีความรู้และประสบการณ์มากพอที่จะสามารถสอบสนองข้อมูลที่เรามีได้ เพราะผู้เริ่มต้นทำธุรกิจส่วนใหญ่ขาดประสบการณ์ มองตลาดไปกระจ่าง ดังนั้นการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้รู้จึงเพิ่มโอกาสในการทำธุรกิจในช่วงต้นให้ราบรื่นได้อย่างดี

4.สำรวจตลาด

ตามที่ระบุในข้อสอง ธุรกิจจะไม่ทำตามในสิ่งที่ธุรกิจก่อนหน้านี้ทำแล้ว แต่จะทำธุรกิจที่คนอื่นๆ ทำแล้วแต่ทำให้ดีกว่า แตกต่างกว่า และตอบสนองความต้องการเฉพาะด้านมากกว่า อย่าลืมสิ เราต้องไม่แมส ดังนั้นการบ้านที่คุณต้องทำในข้อนี้คือ ‘สำรวจตลาด’  เริ่มต้นด้วยการหาข้อมูลว่า ในตลาดกลุ่มสินค้าหรือบริการที่เราจะทำธุรกิจ ผู้เล่นในปัจจุบันเป็นอย่างไร มีจุดแข็งจุดอ่อนอย่างไร และแยกแยะคู่แข่งในกลุ่มต่างๆ ให้ชัดเจน และลองวาดภาพว่าถ้าเป็นธุรกิจของเรา จะทำอย่างไรให้สามารถสร้างความแตกต่างให้เกิดขึ้นจากคู่แข่งเหล่านี้ …และอย่าลืมจดบันทึกไว้ด้วย

5.หาผลิตภัณฑ์ทดลอง

ด้วยเทคโนโลยีสมัยนี้ ทำให้เราสามารถสร้าง Prototype หรือผลิตภัณฑ์ต้นแบบมาทดลองตลาด คุณอาจจะขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ หรือจากกลุ่มเป้าหมายโดยตรง และสรรหาคำตอบแบบตรงไปตรงมามาให้ได้ เช่น ชอบ หรือไม่ชอบ สินค้าหรือ บริการของคุณเพราะอะไร วิธีเก็บข้อมูลก็สามารถทำได้ตั้งแต่การสอบถามตรงๆ ให้กรอกแบบสอบถาม เพื่อนำข้อมูลดังกล่าวมาวิเคราะห์ และพัฒนาสินค้าต่อไป ที่สำคัญข้อดีของการทำธุรกิจสมัยนี้คือเทคโนโลยี นำมันมาใช้ให้เป็นประโยชน์

6.จัดตั้งแผนธุรกิจของคุณ

ทำธุรกิจต้องมีแผน แต่ถ้าจะดีต้องเรียนรู้การเขียนแผนธุรกิจให้เป็น ซึ่งเป็นช่องทางหนึ่งในการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน กล่าวได้ว่า แผนธุรกิจเป็นคำอธิบายที่เป็นลายลักษณ์อักษร จนว่าธุรกิจของคุณจะมีวิวัฒนาการจากเริ่มต้นไปจนถึงประสบความสำเร็จอย่างไร อาทิ เริ่มจากชื่อธุรกิจ ต่อด้วยคำอธิบายธุรกิจ คุณต้องการเริ่มธุรกิจแบบใด อุตสาหกรรมของคุณมีลักษณะอย่างไร ในอนาคตจะมีลักษณะอย่างไร กลยุทธ์การตลาด ตลาดเป้าหมายของคุณคืออะไร และคุณขายดีที่สุดในตลาดนั้นได้อย่างไร การวิเคราะห์การแข่งขัน อะไรคือจุดแข็งและจุดอ่อนของคู่แข่งของคุณ? คุณจะเอาชนะพวกเขาได้อย่างไร แผนการออกแบบและพัฒนา ผลิตภัณฑ์หรือบริการของคุณคืออะไรและจะพัฒนาอย่างไร จากนั้นสร้างงบประมาณสำหรับผลิตภัณฑ์หรือบริการนั้นไว้อย่างไร ทำเป็นแบบสรุปเพื่อให้สถาบันการเงินมองภาพแผนธุรกิจของคุณได้ชัดเจนมากขึ้น

7.เงินลงทุนและการจัดการเรื่องเงิน

ทำธุรกิจต้องใช้เงิน ส่วนใหญ่คนทำธุรกิจมักใช้เงินส่วนตัวในการเริ่มต้น และมักจะไม่พอ ดังนั้นจากแผนธุรกิจในข้อที่แล้วคุณจะทราบว่าธุรกิจใช้เงินเท่าไหร่ในการลงทุน และใช้เงินหมุนเวียนต่อเดือนเท่าไหร่ เพื่อหาข้อสรุปสำหรับสายป่านที่คุณจะอยู่ได้อย่างปลอดภัยในขัดสนกระแสเงินสด กูรูในด้านการเงินแนะว่า เงินทุนหมุนเวียนของธุรกิจอาจจะต้องเตรียมไว้ถึง 6 เดือนแล้วแต่ประเภทธุรกิจ ดังนั้นถ้าคุณมีไม่พอ การขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง

 

แชร์บทความนี้

Facebook
Twitter