กลยุทธ์ในการ สร้างแบรนด์. Branding Strategy

กลยุทธ์ในการสร้างแบรนด์. Branding Strategy

Branding คือกลยุทธ์และกิจกรรมการตลาดที่ช่วยสร้างแบรนด์ให้กับธุรกิจคุณ และถึงแม้การสร้างแบรนด์จะเป็นคำที่หลายๆคนใช้กันบ่อย แต่เบื้องหลังของการสร้างแบรนด์ที่ดีและลูกค้ารักนั้นมีมากกว่าที่คุณคิด

 

บทความนี้เราจะมาดูกันว่า Branding คืออะไร สำคัญอย่างไร และ กลยุทธ์ Branding Strategy ที่คุณสามารถทำได้จริงมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง

Branding คืออะไร (การสร้างแบรนด์)

Branding หรือการสร้างแบรนด์หมายถึงกิจกรรมการตลาดที่ธุรกิจใช้เพื่อสร้างภาพลักษณ์ ผ่านการสร้างชื่อ สัญลักษณ์ และสื่อต่างๆ เพื่อให้ลูกค้าสามารถจดจำธุรกิจได้ การสร้างแบรนด์คือการทำให้บริษัทและผลิตภัณฑ์มีความแตกต่างจากคู่แข่งในสายตาลูกค้า

กลยุทธ์ในการสร้างแบรนด์. Branding Strategy

1 การตั้งเป้าหมายของการสร้างแบรนด์

  • การตั้งเป้าหมายของการสร้างแบรนด์เป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ เป็นจิ๊กซอว์ตัวแรก ที่เป็นจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง เพราะว่ากระบวนการและแผนกลยุกต์ทางการตลาด จะเริ่มหลังจากนี้และจะต้องถูกปรับให้เหมาะกับเป้าหมายที่เราตั้งไว้ ซึ่งภาระกิจที่สำคัญของเรานั้นคือ การเปลี่ยนความคิดของกลุ่มลูกค้าหลักของเรานั่นเอง

แต่ช้าก่อน ! ส่วนนี้เป็นจิ๊กซอว์ตัวแรก เป็นส่วนที่เรายังไม่ควรคิดว่าจะต้องทำยอดขายพร้อมฟันกำไรในทันที  แต่สิ่งที่เราควรทำเป็นอันดับแรกคือ การทำอะไรให้ดูเป็นโยชน์และมีคุณค่าในสายตาของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย เช่น อยากเป็นแบรนด์ครีมกันแดดสำหรับวัยรุ่น  ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ดีท๊อกซ์ระบบขับถ่ายสำหรับผู้สูงอายุ สู่แบรนด์สินค้าที่ลูกค้าเชื่อใจไว้ใจได้ ตั้งเป้าหมายสู่การเป็นแบรนด์ที่ กลุ่มลูกค้าแบบ คนเห็นอยากใช้ คนใช้แล้วอยากก็บอกต่อ

  • ความทะเยอทะยานของแบรนด์คุณถ้าเป้าหมายใหญ่ก็อาจจะใส่นิยามว่า ถึงเป้าหมายของเราเช่น “เป็นแบรนด์ผลิตภัณฑ์ชั้นนำ”
  • ที่สำคัญคุณจะต้องรู้จักกลุ่มลูกค้าของคุณมากพอ– ยกเว้นว่าคุณจะมีงบการตลาดแบบไม่อั้นพร้อมตำน้ำพริกละลายแม่น้ำได้ หรือต่อให้คุณเงินถุงเงินถัง ก็ไม่สามารถยืนระยะได้ยาวย่างแน่นอน ด้วยเหตุผลว่าคุณเองก็ไม่สามารถสร้างแบรนด์ให้คนทั่วประเทศรู้จักคุณได้  ดังนั้นการแบ่งกลุ่มลูกค้าออกมาก่อนก็จะทำให้เราสามารถสร้างกลยุทธ์ได้เหมาะสมตรงจุดช่วยประหยัดงบการตลาดและไม่หลุดโฟกัสของเรา

2. เลือกข้อความหลักในการสร้างแบรนด์

  • หมายถึงการเลือกเนื้อหาใจความหลัก หรือนิยามเด่นๆ ที่เราอยากจะบอก อยากจะสื่อสารให้กับลูกค้า ซึ่งควรจะเป็นจุดหลักที่ทำให้สินค้าของเรานั้นดูโดดเด่นจากคู่แข่งอีกด้วย
  • ข้อความหลักในการสร้างแบรนด์ที่ดีควรประกอบไปด้วย: 2 ส่วนนั่นคือ
  • จุดขาย– เช่นการแก้ปัญหา ทางออกของปัญหา ความคุ้มค่า คุณภาพ หรือมาตรฐาน ต่างๆ เป็นเหตุผลที่ลูกค้าใช้ในการตัดสินใจในการซื้อ นอกจากนี้จุดขายที่ชัดยังช่วยเสริมการตัดสินใจของลูกค้าเมื่อมีการเปรียบเทียบระหว่าผลิตภัณฑ์คู่แข่งอีกด้วย
  • อารมณ์– คำบรรยาย เสียง สี ถ้อยความ แม้แต่องค์ประกอบเล็ก ๆของความรู้สึกที่เกี่ยวข้องกับ      แบรนด์ที่เราอยากให้ลูกค้ารู้สึก เช่น ความสุข ความสบาย ความสนุกสู่การเชื่อมโยง กับประสบการณ์กับแบรนด์ ในบางครั้งแบรนด์หลายแบรนด์ขอเพียงแค่ลูกค้าจำข้อความเด็ดๆได้หนึ่งอย่างก็ขายได้แล้ว  

    แม้แต่แต่แบรนด์รุ่นใหญ่อย่าง Coke ตั้งใจทำให้คนเชื่อมโยงสินค้ากับอารมณ์ความรู้สึกสดชื่น หรือ มีความสุข
    เราเอาสามารถ ‘สร้างสโลแกน’ ของแบรนด์ออกมาก็ได้ แต่ไม่ควรเครียดหรือกังวลจุดนี้มากเกินไป เพราะในอนาคตเราก็ยังสามารถปรับเปลี่ยนได้หากเราต้องการ

3. เลือกช่องทาง ในการสื่อสารให้กับลูกค้าอย่างเหมาะสม (หรืออาจจะใช้หลายช่องทางก็ได้)

  • การเลือกช่องทางสื่อสารกับลูกค้า เป็นหลักการตลาดพื้นฐานที่สำคัญของการสร้างการรับรู้ของแบรนด์ สิ่งที่สำคัญของการเลือกใช้ช่องทางที่ดี ก็คือช่องทางที่ลูกค้าเราจะสามารถรับรู้แบรนด์ได้โดยง่าย เป็นช่องทางที่เราจะใช้สื่อสารกับลูกค้าโดยตรง ยิ่งเราเลือกได้อย่างเหมาะสมก็จะช่วยลดต้นทุนได้เป็นอย่างดี อย่าลืมว่าการสร้างแบรนด์ก็คือการสื่อสารข้อความเดิมๆให้กับลูกค้า ซ้ำไปจนกว่าลูกค้าจะจดจำได้ ดังนั้นเลือกช่องทางผิด ก็เหมือนกับเราลงรถผิดป้ายนั่นเอง จริงๆแล้วช่องทางเหล่านี้ก็มาในหลายรูปแบบ เช่น ช่องทางโฆษณา ช่องทางการขาย วิธีพูดของพนักงาน หรือแม้แต่หน้าตาคลังสินค้าและรูปแบบบรรจุภัณฑ์ ถึงจุดนี้ทุคนคงพอจะเห็นภาพที่เราพยายามบอกแล้วใช่มั้ย ย้ำอีกครั้งว่าทุกโอกาสที่ลูกค้าสามารถรับข้อมูลจากเราได้ ก็คือโอกาสในการสร้างแบรนด์นั่นเอง

 โดย 2 ปัจจัยที่เราต้องพิจารณาในการสื่อสารนั่นคือ
            ความสม่ำเสมอ – เพื่อให้ลูกค้าสามารถจดจำเราได้ง่ายขึ้น ทุกช่องทางต้องสามารถสื่อสารข้อความเดิมซ้ำๆให้กับลูกค้า
ถ้าหากเป้าหมายของการโฆษณา อยากบอกว่า ใช้แล้วหน้าใส พนักงานขายและบรรจุภัณฑ์ของเราก็ต้องสามารถสื่อสารข้อความเหล่านี้ได้เช่นกัน  หาคุณต้องการยืนอยู่ในตลาดระยะยาวแล้วความสม่ำเสมอของคุณต้องใช้ความพยายามเป็นอย่างมากที่จะต้องสื่อสารเรื่องราวเดิม ๆ ซ้ำ ๆเพื่อสร้างภาพจำให้กับลูกค้านั่นเอง

ความร่วมมือของคนในองค์กร  – หากคุณอ่านมาถึงส่วนนี้ คุณก็คงเห็นภาพแล้วว่ากิจกรรมการตลาดในการสร้างแบรนด์และละอย่างนั้นต้องใช้ความร่วมมือของ คนในองค์กรโดยเฉพาะพนักงาน ผู้ที่ร่วมสื่อสารกับลูกค้า ร่วมสร้างภาพจำของแบรนด์สู่ความประทับใจ พนักงานที่ดูแลหรือว่าพูดคุยกับลูกค้าโดยตรงก็เป็นส่วนสำคัญในการสื่อสารข้อความหลักของแบรนด์ให้กับลูกค้า แต่ในระยะยาวแล้วเราก็ต้องให้ความสำคัญกับพนักงานทั้งองค์กร เพราะไม่ว่าจะเป็นทั้งในและนอกเวลาทำงาน พนักงานเหล่านี้ก็ควรที่จะแสดงถึงตัวตนของแบรนด์ให้ได้เป็นอย่างดี ในส่วนนี้เราได้แนะนำให้ลองศึกษาเรื่องการสร้างวัฒนธรรมองค์กรดู หากพนักงานเราพร้อม การเติบโตและความมั่นคงของแบรนด์ก็จะเป็นสิ่งที่สร้างได้ง่ายมาก 

4 การสื่อสาร การแก้ไขปัญหา และการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

  • ขั้นตอนนี้จะว่าด้วยเรื่องการปฏิบัติงานจริง ต่างจาก 3 ขั้นตอนข้างต้นที่เน้นไปในทางการเตรียมความพร้อม ถึงตอนนี้ทุกคนคงพร้อมขับเคลื่อแบรนด์ กันแล้วใช่มั้ย แต่ก่อนที่จะก่อนลงมือนั้น เราขอเฉลยข้อสอบก่อนเพื่อเป็นการฉีด วัคซีน เตรียมความพร้อมด้านจิตใจ ก่อนที่เราจะเจอปัญหาที่หลายคนล้มเหลวไปก่อนด้วยมีภูมิคุ้มกันที่ไม่ดี
  • ต้องแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าระหว่างการสื่อสารแบรนด์– การสื่อสารตัวตนของแบรนด์ที่รวมไปถึงกระบวนการทำงาน การออกแบบผลิตภัณฑ์ ออกแบบบรรจุภัณฑ์ และการอบรมพนักงาน และคนในองค์กรเพื่อให้ข้อความของแบรนด์ หรือคุณค่าของแบรนด์ที่เราอยากสื่อสารนั้นออกมาสม่ำเสมอคงที่ทุกช่องทางแต่การสร้างแบรนด์เป็นกระบวนการในระยะยาว ส่วนมากแล้วไม่มีแผนกลยุทธ์ไหนที่จะออกมาตรงตามที่คาดหวังไว้ 100%
    เราเองต้องเตรียมตัวแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเสมอ เช่น พนักงานพูดจาใส่ลูกค้าไม่ดี สินค้ามีข้อบกพร่อง กระบวนการบางอย่างเกิดความผิดพลาดซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้
  • ต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่อง– เป็นอีกหนึ่งข้อที่จำเป็นอย่างมากสำหรับการตลาด เพราะต่อให้เราสำรวจตลาดและทำแบบสอบถามลูกค้าเยอะแค่ไหน สุดท้ายเราก็ต้องอาศัยข้อมูลตอบรับจากลูกค้าจริง ๆ ในการตัดสินเราควรสังเกตุและสอบถามความคิดเห็นของลูกค้าเรื่อยๆว่าจะเป็นการที่เราทำอยู่นั้นเป็นที่พึงพอใจ หรือดูไม่เหมาะสมในสายตาลูกค้า และนำข้อสังเกตุเหล่านี้มาพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

ถึงแม้ว่าขั้นตอนนี้จะเป็นขั้นตอนที่ดูง่ายๆ แต่ปัจจัยการบริหารองค์กร และการแก้ไขความผิดพลาดเฉพาะหน้า และการรับรู้คาดหวังของลูกค้า ก็ล้วนเป็นสิ่งที่เรา ต้องใส่ใจในรายละเอียดแต่ละองค์กรและแต่ละกลุ่มลูกค้า ก็จะมีพฤติกรรมไม่เหมือนกัน ผู้สร้างแบรนด์ต้องคอยจับตามองพิจารณาจุดแข็งจุดอ่อนของตนเพื่อ ให้ได้วิธีการที่เหมาะสมสู่การครองผู้บริโภคในระยะยาว

 

แชร์บทความนี้

Facebook
Twitter