บทความ/ข่าวสาร

สารอาหารที่ร่างกายต้องการ

12.08.2014
|
Comments off
|
article สารอาหารที่ร่างกายต้องการ

สารอาหารที่ร่างกายต้องการ

 

ร่างกายของเราที่ดำรงคงอยู่ได้ในแต่ละวัน ต้องมีอาหารและสารอาหารเข้าไปสันดาปบำรุงหล่อเลี้ยงอย่างสม่ำเสมอ ขาดสารอาหารอย่างใดอย่างหนึ่ง อาจส่งผลกระทบต่อความสมดุลและการทำงานของร่างกายได้

ปริมาณสารอาหารที่ร่างกายควรได้รับ
การรายงานล่าสุดจากรัฐบาลอเมริกันพบว่าชาวอเมริกันได้รับแคลเซียม ไฟเบอร์ แมกนีเซียม โพแทสเซียม วิตามินเอ ซี และอี ในปริมาณที่ไม่เพียงพอ ต่อไปนี้คือสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายและปริมาณที่ควรจะได้รับ


แคลเซียม
ปริมาณที่แนะนำ: 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน
ประโยชน์: ช่วยเสริมสร้างกระดูก
แหล่งอาหาร: ผลิตภัณฑ์จากนม ปลาโดยรับประทานทั้งก้าง ผักใบเขียว หรือผักสีเข้ม


ไฟเบอร์
ปริมาณที่แนะนำ: 25 กรัมต่อวัน
ประโยชน์: ช่วยป้องกันการอุดตันของระบบไหลเวียนโลหิต ลดความเสี่ยงในป่วยเป็นโรคเบาหวาน
แหล่งอาหาร: ผลไม้ ผัก พืชตระกูลถั่ว เมล็ดธัญพืชต่าง ๆ


แมกนีเซียม
ปริมาณที่แนะนำ: 310 – 320 มิลลิกรัมต่อวัน
ประโยชน์: ช่วยให้กล้ามเนื้อและระบบประสาททำงานเป็นปกติ ช่วยพัฒนาและซ่อมแซมกระดูก
แหล่งอาหาร: ถั่ว เมล็ดธัญพืชต่าง ๆ รำข้าว ปลา


โพแทสเซียม
ปริมาณที่แนะนำ: 4,700 มิลลิกรัมต่อวัน
ประโยชน์: ช่วยให้ระบบไหลเวียนโลหิตทำงานเป็นปกติ ลดผลกระทบจากการรับประทานเกลือมากเกินไป ลดความเสี่ยงในการเกิดนิ่วในไต ช่วยป้องกันกระดูกพรุน
แหล่งอาหาร: มันฝรั่ง มะเขือเทศ ถั่วขาว โยเกิร์ต ถั่วเหลือง


วิตามินเอ
ปริมาณที่แนะนำ: 2,310 ส่วนต่อวัน
ประโยชน์: ช่วยในการมองเห็น สร้างเม็ดเลือดแดง ช่วยในการพัฒนาตัวอ่อนในครรภ์ ช่วยระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย
แหล่งอาหาร: เนื้อสัตว์ ส้ม ผักใบเขียว


วิตามินซี
ปริมาณที่แนะ: 75 มิลลิกรัมต่อวัน
ประโยชน์: ช่วยการต้านอนุมูลอิสระ ช่วยระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย
แหล่งอาหาร: ผัก ผลไม้ และผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว พริกไทยแดง พริกไทยเขียว กีวี ฝรั่ง


วิตามินอี

อาหารเสริม คนไทยจำเป็นหรือไม่ ?

12.08.2014
|
Comments off
|
articleอาหารเสริมคนไทยจำเป็นหรือไม่

อาหารเสริม คนไทยจำเป็นหรือไม่ ?


1. ทำไมต้องมีอาหารเสริม ? 
     ทั้งที่วงการแพทย์เจริญขึ้น การคิดค้นยาและการผ่าตัดก็ก้าวหน้า มีการผ่าตัดทำศัลยกรรม ต่อเส้นเลือดเลี้ยงหัวใจ เปลี่ยนหัวใจ เปลี่ยนอวัยวะ เช่น ตับ ไต ได้สำเร็จ ทำให้ชีวิตคนยืนยาวขึ้น มีการผลิตเครื่องมือเพื่อช่วยวินิจฉัยโรค เช่น การตรวจเลือด การตรวจสอบอวัยวะภายใน โดยใช้เครื่องมือส่องเข้าไปดู แต่ผลกลับกลายเป็นว่า โรคที่ตรวจพบหลายชนิดนั้น ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้
     ความเจริญทางวิชาการทำให้เราพบโรคใหม่มากขึ้น และเป็นโรคที่รักษาให้หายขาดไม่ได้ และบางชนิดก็เป็นโรคเรื้อรังต้องกินยาระงับอาการอยู่ตลอดเวลา เช่น ความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคปวดข้อ ข้อเสื่อม โรคหัวใจ โรคไตวาย รวมทั้งโรคร้ายแรง มะเร็ง
     เมื่อเป็นเช่นนี้แพทย์แผนปัจจุบัน และนักวิทยาศาสตร์หลายคน เริ่มคิดค้นถึงการทำงานของร่างกายลึกเข้าไปถึงภายในเซลล์ต่างๆ เริ่มคิดถึงการกินอาหารไม่เพียงพอ คิดถึงผลของสารพิษต่อเซลล์ในร่างกายที่ทำให้การทำงานภายในเซลล์บกพร่อง อันเป็นสาเหตุที่ยาในปัจจุบันไม่สามารถรักษาโรคให้หายขาดได้ เพราะยาที่รักษาไม่ได้มุ่งแก้ไขการผิดปกติภายในของเซลล์
     เหตุนี้จึงมีแพทย์หรือผู้รักษาทางเลือก (Alternative Medicine)ขึ้นมา มีการแนะนำการรักษาด้วยสมุนไพร และอื่นๆ เช่น การฝังเข็ม การนวด การกดจุด ฯลฯ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม มีแพทย์แผนปัจจุบันเป็นจำนวนไม่น้อยหันมารักษาคนไข้ โดยการแนะนำลักษณะการกินอาหารที่มีประโยชน์แก่ร่างกาย และให้กินอาหารเสริมและวิตามิน เพื่อประโยชน์ในการรักษาโรคบางชนิด โดย มีจุดประสงค์จะช่วยให้เซลล์ที่เปลี่ยนสภาพการทำงาน เนื่องจากขาดสารอาหาร มีการซ่อมตนเองโดยวิธีธรรมชาติ ทำให้เซลล์ปรับเปลี่ยนสภาพ กลับมาทำงานเหมือนปกติมีผลทำให้อาการของโรคหายไป
2. รู้จักกับอาหารเสริมสุขภาพ
     อาหารเสริมไม่ใช่ยา ดังนั้นต้องใช้เวลา และกินเป็นประจำอยู่ระยะเวลาหนึ่ง จึงจะเห็นผลว่าเซลล์ในร่างกายได้มีการปรับสภาพ และทำงานได้ตามปกติ
     วิตามินเป็นได้ทั้งอาหารเสริมและยา วิตามินมีมากับอาหารที่เรากินทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นเนื้อสัตว์ ปลา หรือผักตามธรรมชาติ ถ้ากินตามปริมาณที่พอเหมาะ วิตามินทำสำเร็จรูปเป็นอาหารเสริมก็จัดได้ว่าเป็นอาหาร เมื่อกินวิตามินเป็นจำนวนมากขึ้น เพื่อจุดประสงค์ในการรักษาโรคจากการขาดวิตามิน หรือเพื่อรักษาโรคบางชนิด ก็นับว่าเป็นยา  
3. ระบบในร่างกายกับความจำเป็นของอาหารเสริม
     มีการกำหนดปริมาณมาตรฐานของวิตามินเกลือแร่  เพื่อ กำหนดมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับประชาชน ในการที่จะกินวิตามินและเกลือแร่ แต่ละชนิดว่าเป็นจำนวนเท่าใด ที่ร่างกายต้องการในแต่ละวัน ซึ่งมีชื่อย่อว่า RDA (Recommended Daily Dietary Allowances) เพื่อให้เหมาะกับการเจริญเติบโตของเด็กและป้องกันการขาดวิตามินในผู้ใหญ่ ความหมายก็คือถ้าเด็กได้รับสารวิตามินหรือเกลือแร่น้อยกว่าจำนวนมาตรฐานนี้ระยะหนึ่ง จะทำให้เกิดโรคจากการขาดสารวิตามินชนิดนั้น
     จากความเข้าใจอันนี้ จึงมีการผลิตวิตามินบำรุงในรูปของวิตามินรวม และวิตามินผสมเกลือแร่ จำหน่ายในท้องตลาด จุดประสงค์เพื่อให้คนได้รับวิตามินอย่างเพียงพอ และครบถ้วนในแต่ละวัน โดยเฉพาะคนป่วยและผู้สูงอายุที่กินอาหารได้ไม่เพียงพอ
     การเสื่อมสภาพของเซลล์ นอกจากสาเหตุจากการเสื่อมโดยธรรมชาติแล้ว อีกสาเหตุหนึ่งที่สำคัญที่ถูกค้นพบได้ไม่นานนี้ คือ การเกิดอนุมูลอิสระภายใน และนอกเซลล์ที่จะเป็นตัวทำลายเซลล์ สาเหตุมาจาก สารพิษที่เข้าสู่ร่างกาย และจากการสันดาปภายในเซลล์เอง การ เกิดอนุมูลอิสระจะทำให้เกิดการทำลายผนังเซลล์ มีการทำลาย DNA และโครโมโซม  ซึ่งเซลล์จะต้องมีการซ่อมแซม ถ้าซ่อมไม่ได้เซลล์นั้นก็ตาย ความรู้เรื่องอนุมูลอิสระอันนี้ ได้มีการค้นคว้ากันต่อเนื่องตลอดมา เพื่อหาวิธีป้องกัน กำจัด และซ่อมแซมการสึกหรอของ DNA และ ยีนให้เป็นปกติ เพื่อเป็นหนทางให้ชีวิตยืนยาวขึ้น เรียกว่า ชะลอความแก่ พบว่ามีสารเคมีหลายชนิด สร้างขึ้นโดยธรรมชาติตลอดเวลาภายในเซลล์ เพื่อเป็นตัวยับยั้งการเกิดปฏิกิริยาต่อเนื่องของอนุมูลอิสระ ทำให้สามารถป้องกันและช่วยซ่อมแซมผนังเซลล์และ DNA จึงมีการแนะนำให้กินวิตามินและเกลือแร่บางชนิด เพื่อจุดประสงค์ที่จะนำมาช่วยให้ร่างกายลดการเกิดอนุมูลอิสระ เช่น เบต้าแคโรทีน ,  วิตามินอี , วิตามินซี , และสารแร่เซเลเนียม  เป็นต้น
4. การกินอาหารเสริมมีความจำเป็นหรือไม่ ?
     นักวิชาการออกมาพูดเสมอว่า การกินอาหารเสริมไม่จำเป็นถ้าเรากินอาหารครบ 5 หมู่ แต่กินอย่างไรจะครบในชีวิตประจำวัน ไม่ได้อธิบายว่า การกินอาหารแบบชีวิตเร่งรีบนั้น ควรจะทำอย่างไร และเป็นในรูปแบบใด ชีวิตปัจจุบันมีอาหารจานด่วน มีการกินอาหารห่อถุงพลาสติก และมีการกินอาหารแบบประทังหิวเสียเป็นส่วนมาก และสิทธิการเลือกอาหารก็ลำบาก ถ้าปฏิบัติแบบนี้นานวันเข้า จะเกิดอาการของเซลล์ขาดสารอาหาร และมีการแสดงของโรคในวัยที่มีอายุน้อย รวมทั้งการเกิดมะเร็งด้วย การ กินวิตามินและสารอาหารบางอย่าง เพื่อช่วยสร้างความสมดุลให้แก่ชีวิตจึงมีความจำเป็น การกินอาหารเสริมที่มีวิตามินอย่างเหมาะสมจึงเป็นสิ่งที่ควรกระทำ นอกจากจะมีส่วนช่วยให้อายุยืนยาวขึ้นแล้ว โอกาสการเกิดโรคที่เกิดจากการเสื่อมสภาพของเซลล์ ระหว่างอายุวัย 40-50 ปี เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคปวดข้อ และอื่นๆจะไม่เกิดขึ้น
     ในอนาคตนี้  การรักษาโรคจะต้องมีการรักษาเข้าไปถึง DNA ในเซลล์ เพื่อจะแก้ไขการทำงาน และจะมีความรู้ก้าวหน้ามากขึ้น ที่จะรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงของ DNA ในเซลล์ระยะแรก และรีบแก้ไขก่อนเกิดอาการโรค ซึ่งเราเรียกว่า Predictive Medicine และจะมีการส่งเสริมไปถึงการกินอาหารให้ถูกต้อง รวมทั้งการกินอาหารเสริมที่พอเหมาะในการที่จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดโรค (Preventive Medicine)

เข้าใจเรื่องอาหารเสริม จะได้ใช้อาหารเสริมได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม

อาหารเสริมคืออะไร?

12.08.2014
|
Comments off
|
articleอาหารเสริมคืออะไร

อาหารเสริมคืออะไร?

ชื่อก็บอกตรงประเด็นว่า อาหารเสริม คืออาหารที่มาเพิ่มเติมหรือเติมเต็มกับอาหารหลักๆที่เรารับประทานในแต่ละวัน ซึ่งเราอาจจะขาดอาหารอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนั้นจึงต้องเพิ่มอาหารเสริมเข้าไป เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารครบตามความต้องการ การบริโภคอาหารมิใช่จะคำนึงถึงแต่ความอร่อยเพียงอย่างเดียว คุณค่าเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องตระหนัก กินอะไร ? กินอย่างไร ? จึงจะเป็นการ “กินอย่างฉลาด”.. “กินอาหารหลากหลายให้ครบ 5 หมู่ กินข้าวเป็นหลัก กินผักให้มาก ผลไม้ประจำ เน้นปลามากกว่าเนื้อสัตว์ ไขมันพอประมาณ น้ำตาลพอควร หลีกเลี่ยงรสเค็ม.. “นี้เป็นส่วนหนึ่งของข้อปฏิบัติในการบริโภคอาหารเพื่อโภชนาการที่ดีของคนไทย แต่ด้วยพฤติกรรมการบริโภคที่เปลี่ยนไปได้รับสารอาหารไม่สมดุล ก่อให้เกิดโรคความดันโลหิตสูง หัวใจขาดเลือด ไขมันในเลือดและอื่นๆ อาหารเสริมสุขภาพจึงได้รับความนิยมจากผู้บริโภคมากขี้น  อาหารเสริมสุขภาพ คืออะไร? อาหารเสริมสุขภาพ จัดเป็นผลิตภัณฑ์ เสริมอาหารหรือ Dietary supplement products ซึ่งหมายถึง ผลิตภัณฑ์ที่ใช้รับประทานโดยตรง นอกเหนือจากการรับประทานอาหารหลัก ตามปกติมักจะอยู่ในลักษณะเป็นเม็ด แคปซูล ผง เกล็ด ของเหลว หรือลักษณะอื่น มีจุดมุ่งหมายสำหรับบุคคลทั่วไปที่มีสุขภาพปกติ (มิใช่สำหรับผู้ป่วย) เช่น น้ำมันปลาแคปซูล ใยอาหารอัดเม็ด ใยอาหารผงสำหรับชงหรือโรยอาหาร เป็นต้น  ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมสุขภาพมีกี่ประเภท พอจะจัดกลุ่มของอาหารเสริมสุขภาพที่มีจำหน่ายในท้องตลาด หรือ จำหน่ายโดยตรงแก่ผู้ซื้อ โดยแบ่งตามคุณสมบัติ และประสิทธิภาพเด่นๆ ดังนี้ :-  1.  อาหารบำรุงสุขภาพ จะเป็นพวกที่อวดอ้างสรรพคุณว่าเป็นอาหารบำรุงร่างกาย รับประทานแล้วมีสุขภาพดี ราคาค่อนข้างแพง อาทิเช่น รังนก โสม หูฉลาม ซุปไก่สกัด เป็นต้น  2.  อาหารป้องกันและรักษาโรค ตัวอย่างเช่น น้ำมันดอกอิฟนิ่งพริมโรส (Evening primrose oil) น้ำมันปลา เลซิทิน นมผึ้ง สาหร่ายคลอเรลล่า  3.  อาหารลดน้ำหนัก สำหรัยผู้เป็นโรคอ้วน อาหารประเภทนี้ จะเพิ่มประมาณ บริโภคแล้วอิ่ม ไม่ให้คุณค่าทางอาหาร ตัวอย่างเช่น ผลิตภัณฑ์จากบุก เมล็ดแมงลัก guagum  4.  อาหารเสริมนักกีฬา มีสารอาหารที่ให้พลังงานอย่างรวดเร็ว อย่างเช่น เครื่องดื่มเกลือแร่ชนิดต่างๆ  5.  ผลิตภัณฑ์ที่เสริม หรือเติมสารอาหาร (fortifiaction) บางชนิดให้มากขึ้น เช่น ใยอาหาร(dietary fiber) แคลเซียม เพื่อเป็นทางเลือกแก่ผู้คนบางกลุ่มที่ได้รับสารอาหารบางชนิดไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย   นักวิจัยของสถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร ได้ทำการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับอาหารเสริมสุขภาพ หลายโครงการด้วยกัน พอที่จะแบ่งแยกออกเป็นประเภทได้ ดังนี้ :-  1. ผลิตภัณฑ์ชนิดใยอาหารสูง 2. ผลิตภัณฑ์ชนิดแคลอรี่ต่ำ 3. ผลิตภัณฑ์ชนิดแคลอรี่สูง งานวิจัยเกี่ยวกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณค่าทางโภชนาการนั้น อาศัยหลักการพื้นฐานในการเติมสารอาหาร(nutrient) ลงในผลิตภัณฑ์อาหาร(Dr.Allan Forbes of the Bureau of Food,FDA) มีหลายวิธีคือ 1) restoration คือการใส่สารอาหารซึ่งเดิมมีอยู่ในวัตถุดิบที่เป็นส่วนประกอบของอาหาร แต่อาจสูบเสียหรือถูกกำจัดออกระหว่างขบวนการผลิต จึงเติมสารอาหารชนิดนั้นลงไปเพื่อปรับปรุงให้ดีขี้น เช่น การเติม dietary fiber ลงไปใน ผลิตภัณฑ์ 2) fortification เป็นการเสริมสารอาหารบางตัวอาจจะเป็นวิตามิน เกลือแร่ชนิดต่างๆ เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับสารอาหารครบถ้วน RDI (Recommended Daily Intakes)กำหนดไว้